16 พฤศจิกายน 2554

สิ่งดี ๆ ที่มากับน้ำท่วม

สิ่งดี ๆ ที่มากับน้ำท่วม

            สิ่งที่เรากังวลใจกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ของประเทศไทยส่วนใหญ่มุ่งไปที่เศรษฐกิจ มองไปที่รายได้ที่จะหายไป มองไปที่ความผิดพลาดของใครบางคนเท่านั้น เรามุ่งหาคนผิด แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลยสักคนเดียว น่าแปลกใจที่เราไม่เคยสำนึกผิดกับตัวเองเลย ว่าเราเกิดมาต้องใช้ทรัพยากรของโลกนี้มากน้อยเพียงใดกว่าจะตายจากไป ยิ่งคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนชั้นกลางหรือกลุ่มคนที่มีความรู้ (บ้าง) หรือบางคนที่พยายามเสนอตัวเองให้เด่นดังด้วยการชี้ให้เห็นว่าคนอื่นผิด ไม่แน่ใจว่าผมจะเข้าข่ายนั้นหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมนำเสนอคือมุมมองความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้คิดได้ปกป้องหรือเห็นใจใคร ผมมองจากคนอยู่ไกล ไม่ได้เป็นผู้ประสบภัย ด้วยความทุกข์ร้อนของผู้ประสบภัยผมทราบดีจากญาติพี่น้อง จากเพื่อนมิตรสหาย จากข่าวในแหล่งต่าง ๆ สิ่งที่ผมสามารถกระทำได้ คือการบริจาคตามกำลังที่มีอยู่ ซึ่ง ผมมั่นใจว่าหลายคนที่พอช่วยได้เต็มใจช่วยเหลืออย่าางสุดกำลังที่ทำได้ หรือหากมีกิจกรรมที่สามารถเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ก็ทำเสมอ ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนดีที่ควรยกย่องและควรปฏิบัติตาม เพราะมีพี่น้องคนไทยหลายล้านคนก็กำลังทำเช่นเดียวกัน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน เพื่อให้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเช่่นนี้ไปได้ โดยที่ไม่มีการสูญเสียมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ภาพของการร่วมแรงร่วมใจ เป็นภาพที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่มีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้น แต่ยังมีกลุ่มบางกลุ่ม (โดยเฉพาะนักการเมือง) ยังทำตัวเป็นเป็นเจ้าเป็นนายโดยไม่รู้จักที่มาของตัวเอง นี้แหละเป็นบททดสอบว่าใครคือตัวแทนของประชาชนได้จริง ๆ เมื่อถึงวาระจะเลือกตั้งใหม่ ก็จำไว้ให้ดีสำหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ พลังของประชาชนนี่แหละผมว่าทรงพลังที่สุดที่จะนำสังคมใหม่ให้เกิดขึ้น เป็นสังคมที่น่าอยู่ คนที่เห็นแก่ัตัว เห็นแก่พวกพ้องควรหมดไปจากสังคมไทย เก็บไว้ในความทรงจำ อย่าลืม เป็นอันขาด เพราะคนดีไปทำงานแม้จะทำงานไม่เก่ง แต่ก็ไม่ได้สร้างความเีสียหายให้เกิดขึ้นมากมายเท่าคนเก่งแล้วเลว ผมพูดเลยไปเกินกับน้ำท่วมไปมากสักหน่อย แต่สิ่งที่มองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ คือ บทเรียน สำหรับเราทุกคน เราควรกลับมาสำนึกตนต่อการใช้่ทรัพยากรธรรมชาติ เราควรตระหนักเห็นคุณค่าและภัยธรรมชาติ ที่ไม่มีใครบอกเตือนได้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ บทเรียนที่เราควรเปลี่ยนหลักสูตรในสถานศึกษา ให้คนรุ่นใหม่สามารถที่จะดำรงตนอยู่ได้ในยามมีภัยธรรมชาติใหญ่ ๆ กิจกรรมลูกเสือของต้องปรับปรุงให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุับัน พอเกิดเหตุการณ์เข้าจริง คนส่วนใหญ่กลายเป็นตื่นข่าว ตระหนกตกใจกับข่าวจนเกิดความหวั่นกลัว อกสั่นขวัญแขวนกันเลยทีเดียว หากเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คนจะไม่ตายไปมากกว่านี้หรืออย่างไรกัน บทเรียนที่เราควรกลับมาคิดกันใหม่ว่าไม่ควรเอาชนะธรรมชาติ ควรรักษาธรรมชาติ และอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ไม่อวดอ้างว่ามนุษย์นี้ยิ่งใหญ่เกินใครในแผ่นดิน เพราะสุดท้ายสิ่งที่เราเอาชนะไม่ได้ก็คือธรรมชาติ นั่นก็คือความตาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger