
นิรโทษกรรม...คนไทยได้อะไร
บทความนี้ผมมิได้คัดลอกจากที่ใด เป็นความคิดที่ผมนึก วิเคราะห์ขึ้นมาเองด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากมีความผิดพลาดประการใดมิได้จงใจสร้างความร้าวฉานในบ้านเมืองแห่งนี้ ขณะที่มีการหาเสียงเลือกตั้งในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ อย่างคึกคัก มีการกล่าวหากันทางการเมืองอย่างโกลาหน เสมือนว่าบ้านเมืองไม่ปกติสุข คำว่า "นิรโทษกรรม" มีนัยทางการปกครองอยู่หลายประการ ประการแรกคือ จะนิรโทษกรรมได้ ผู้นั้นได้กระทำความผิดไม่ว่าจะทางแพ่งหรือทางอาญา ประการที่สองผลการนิรโทษกรรมจะต้องได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายของผู้ได้รับความกระทบกระเทือนและฝ่ายต้องโทษ มองย้อนกลับมาที่กรณีคุณทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ท่านยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้กระทำความผิด นั่นแสดงว่ากระบวนการที่จะมีการนิรโทษกรรมจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และกระบวนการปรองดอกจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และย้อนกลับไปยิ่งกว่านั้น สมัย คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ที่ได้ทำการปฏิบัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ทิ้งไป ถ้าเอาความตามกฎหมายมีความผิดสูงสุดเท่าที่มีการลงโทษอยู่ในประเทศไทย แต่ก็มีการนิรโทษกรรม เพราะมีการกระทำความผิดไปจริง ถึงมีการนิรโทษกรรมได้ ในมุมมองของคุณอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน (๒๕๕๔) ที่ได้ชื่อว่านายกจากค่ายทหารนั้น มีมุมมองว่าคุณทักษิณได้ถูกศาลพิพากษาให้มีความผิดในคดีที่ดินรัชดาแล้ว ต้องได้รับโทษตามกฎหมายและจะต้องได้รับโทษถึงจะ "ให้อภัยได้" นี่เอากันถึงพริกถึงขิงกันตรงนี้ แต่กลุ่มนปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือมวลชนเสื้อแดง) มีความเห็นท่าต่างออกไป คือ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการปฏิวัติ แล้วแต่งตั้งคณะทำงานมากมายเพื่อตรวจสอบคุณทักษิณ แต่ผลปรากฎออกมาก็ไม่ปรากฎอะไรมากนัก เท่าที่สังคมคาดหวังว่าจะเจออะไรมากมาย เหมือนดังที่กล่าวหากัน ชุมชนคนเสื้อแดงจึงเกิดความสงสารคนที่ทำงานให้ประชาชน (ถึงระดับรากฐานของสังคม) ต้องเจอชะตากรรมเช่นนี้ แต่นายกคนปัจจุบันจะต้องเอาอดีตนายกเข้าตะรางให้ได้ มันเกิดความขัดแย้งอยู่ตรงนี้ ผมจึงมีความฝันไกลไปถึงการนิรโทษกรรมในแบบของผมโดยมีการยอมความกันดังนี้ (ซึ่งควรเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง)๑. คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมเสียภาษีย้อนหลังตอนที่ซื้อขายหุ้นเพื่อเป็นการคืนความรู้สึกและขอโทษคนไทย พร้อมทั้งกลับมาสู้คดีให้ถึงที่สุด (หรือยอมเข้าตะรางไป)
๒. คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน (๒๕๕๔) ขอโทษประชาชนในการสั่งการสลายการชุมชมคนเสื้อแดงจนมีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยคน พร้อมทั้งสรุปผลการสลายการชุมชมโดยไวที่สุด (ไม่ควรเกิน ๓๐วัน)
๓. หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดควรได้รับการจัดตั้งรัฐบาล และหากมีออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจริง จะต้องผ่านการทำประชามติ ว่าคนกลุ่มใดบ้างควรได้รับการนิรโทษกรรม
แค่ ๓ ประการนี้ ผมว่าน่าจะเพียงพอที่ประเทศไทยจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันเหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่ว่าประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีหญิง หรือนายกรัฐมนตรีชาย หรือรัฐมนตรีเก้งกวาง ก็ตามที ประเทศนี้ย่อมเดินไปได้ (หากผู้นำไม่วิปริตจนเกินไป)
แต่ความหวังของผมคงจะเป็นจริงได้อยาก เนื่องจาก ผู้เหล่านี้เห็นประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง (ขออภัยด้วยนะครับ มิใช่จงใจหมิ่นประมาท แต่ด้วยอยากเป็นประเทศนี้เห็นการขอโทษกัน ต้องการเห็นความเห็นอกเห็นใจกัน) แต่ผู้คนเหล่านี้ยังไม่เป็นตัวอย่างให้ประชาชน ให้คนที่ขัดแย้งกันในเบื้องล่างไม่ให้อภัยกัน เลิกพูดแล้วทำสิ่งที่สมควรทำต่อประชาชนคนไทย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น