06 กรกฎาคม 2554

กัมพูชา กลั้นความดีใจไม่ไหว เพื่อไทยชนะ

ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร
กัมพูชา กลั้นความดีึใจไม่ไหวเพื่อไทยชนะ

                กัมพูชาฉลองกันใหญ่หลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เหมือนกันว่าตัวเองชนะการเลือกตั้งซะงั้น เหมือนมีนัยาสำคัญบางประการ ถึงกลั้นความดีใจไว้ไม่ได้ ถึงกับออกมาฉลองแชมเปญกันยกใหญ่ ราวกับว่าเป็นพรรคพวกเดียวกัน ด้วยสงสัยใคร่รู้ของผมเองที่มักมีตามปกติ จึงได้วิเคราะห์คิดหาเหตุผลด้วย 2 แง่มุมเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยว่าผมเข้าข้างใฝ่หนึ่งฝ่ายใด

ประเด็นแรก การประสานงานเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องชายแดนดูเหมือนจะราบรื่นมากขึ้น เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลของสมเด็จฮุนเซน และมองว่ากัมพูชาเป็นศัตรตรู หากมองย้อนไปในอดีต จะพบว่าความสัมพันธ์ของสมเด็จฮุนเซนกับ พ.ต.ท. ทักษิณ มีลักษณะเพื่อนที่สนิทสนมกันมากอยู่พอสมควร การพูดคุยก็มองว่าจะเป็นเรื่องง่าย แต่การจะยกแผ่นดินเป็นของกัมพูชาก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสังคมกำลังจับตามองอยูเป็นจำนวนมาก และคงไม่มีคนไทยคนใดต้องการยกแผ่นแม้แต่ 1 มิลิเมตรให้กับผู้ใด

ประเด็นที่ 2 ผมมองว่าระบบการทูตของทั้ง 2 ประเทศล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้ที่มีอำนาจทางการทูตมีเพียงนายกรัฐมนตรีหรือพรรคการเมืองเดียวเท่านั้นหรือ หากวันดีคืนดีประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ได้พรรคการเมืองที่ไม่ถูกกันเลยมาเป็นรัฐบาลเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี เรื่องจะเป็นอย่างไร มองไปได้ถึงการเจรจาระดัีบต่าง ๆ ไม่ไ้ด้ผล หรือว่าผู้นำไม่มีความเป็นมิตรกับพรรคตรงกันข้าม

      อย่างไรก็ตามแต่ เพียงข้ามคืนหลังจากผลการเลือกตั้งปรากฎชัดออกมา พร้อมทั้งว่าที่รัฐมนตรีทั้งหลาย ดัชนีหุ้นทั้งในไทยและภูมิภาคมีการขานรับอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่จะเป็นเพียงระยะสั้นหรือระยะยาวก็ต้องตามดูกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไ้ด้สัมผัสการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ทุกคนอยากใช้สิทธิในการเลือกตั้ง และสอบถามไปว่ามีการซื้อเสียงหรือไม่ ปรากฎว่ามีไม่การซื้อสิทธิเลย (หมายถึงในหมู่บ้านของผมนะครับ) ซึ่งแตกต่างจากครั้ง ก่อน ๆ ที่เคยมีการเลือกตั้ง เหมือนครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างหนึ่ง คือ "คนไทยอยากใช้สิทธิในการเลือกตั้ง"

04 กรกฎาคม 2554

เสียงส่วนใหญ่ที่คนไทยไม่เคยเคารพ

เสียงส่วนใหญ่ที่คนไทยไม่เคารพ
           ผมเป็นอีกคนที่เป็นเสียงส่วนน้อย แต่มีความเคารพในเสียงส่วนใหญ่ในประเทศ บางอย่างก็ไม่ได้เห็นด้วยกับทุกนโยบายของแต่ละพรรคออกมานำเสนอกับประชาชนคนไทย แต่ก็ต้องจำเป็นในการเลือกพรรคที่คิดว่า ทำได้บ้าง (ถึงแม้จะไม่ทั้งหมด) ผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นที่แน่ใจว่าอีกไม่นานก็จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง หมุนเวียนไปตามวัฎจักรของการปกครองในบ้านเมืองแบบประชาธิปไตย ในการปกครองใดๆ ก็ตามแต่ ประชาชนมีความต้องการที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะสังคมประชาธิปไตย สังคมนิยม หรือระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ตามแต่ การกินดีอยู่ดี การรู้สึกปลอดภัย มั่นคง อบอุ่น นั่นคือคำตอบที่ทุกสังคมต้องการ ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สังคมไทยเราเป็นสังคมประชาธิปไตย ต้องยอมรับความเห็นของคนส่วนใหญ่ แล้วนับจากนี้ไป ๔ ปีก็ต้องปล่อยให้กลุ่มพรรคที่ได้รับการเลือกบริหารได้เต็มที่ หากไม่ดีอย่างไร อีก ๔ ปี เราก็เลือกใหม่ ตัดสินใหม่ สังคมไทยควรเป็นสังคมประชาธิปไตยที่มีวัฒนธรรมที่ดีงาม และพัฒนาสู่การเมืองที่ทำให้การเมืองกล้าที่จะรับผิดชอบ กล้าที่จะไม่หน้าด้านอยู่ต่อไปหาไม่มีความสามารถพอ โดยที่เราไม่ต้องขับไล่ประการใด สังคมไทยต้องเป็นหนึ่งเดียวในการยึดกฎกติกาบ้านเมือง
Powered By Blogger